วิเคราะห์เกม ‘เลสเตอร์ ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’ คืนนี้ 22.00 น.

วิเคราะห์เกมการแข่งระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563 เวลา 22.00 น.(ตามเวลาประเทศไทย)

 

 

ความพร้อมของเลสเตอร์ ซิตี้

ทัพ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 5 มีอยู่ 62 แต้ม จาก 37 นัด ผลงานในช่วงหลังมานี้ถือว่าค่อนข้างย่ำแย่เลยทีเดียว จากทีมที่เคยลุ้นเบียดแย่งแชมป์กับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงกลางฤดูกาล กลับต้องมาดิ้นรนต่อสู้อย่างหนักเพื่อโควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในนัดสุดท้ายแบบไม่น่าเชื่อ

 

สำหรับผลงานหลังการรีสตาร์ท 8 เกม พวกเขาชนะได้เพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น โดยเสมอไป 3 เกม และแพ้ไปอีก 3 เกม เก็บได้แค่ 9 แต้มเท่านั้น โดยเกมล่าสุด พวกเขาเพิ่งบุกไปโดน “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถล่ม 3-0 ทำให้ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ต่อการลุ้นตั๋วไปศึกถ้วยใหญ่ของยุโรปในเกมสุดท้าย

 

โดยเงื่อนไขของพวกเขาในเกมนัดนี้ คือ จะต้องเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ได้ แต่หากทำได้เพียงผลเสมอ จะต้องไปลุ้นให้ เชลซี แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน เท่านั้น ทว่า หากพวกเขาแพ้ในเกมนี้ จะหมดสิทธิ์ลุ้นโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกทันที

 

สำหรับสภาพความพร้อมของทีม ทัพจิ้งจอก จะยังคงขาดแข้งตัวหลักหลายคน ไม่ว่าจะเป็น เจมส์ แมดดิสัน, เบน ชิลเวลล์, คริสเตียน ฟุคส์ และ ริคาร์โด้ เปเรยร่า ที่ได้รับอาการบาดเจ็บ รวมถึง ชากลาร์ โซยุนชู แนวรับคนสำคัญ ที่ติดโทษแบน อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะยังมี เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกตัวความหวัง ที่เป็นผู้นำดาวซัลโวที่ซัดในลีกไปแล้ว 23 ประตู รวมถึงแข้งตัวหลักคนอื่นๆ ที่ยังพร้อมลงสนาม ทั้ง จอนนี่ อีแวนส์, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลอมันส์ และ อาโยเซ่ เปเรซ และที่สำคัญ เลสเตอร์ จะมีความได้เปรียบตรงที่มีเวลาพักมากกว่า โดยพวกเขาได้พักมาถึง 1 สัปดาห์เต็มๆ ขณะที่คู่แข่งอย่าง ยูไนเต็ด จะมีเวลาพักเพียงแค่ไม่ถึง 4 วันเท่านั้น ก่อนเกมนัดนี้

 

ผลงานของเลสเตอร์ ซิตี้ 5 นัดล่าสุด

04/07/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-0 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

8/07/20 เสมอ อาร์เซน่อล 1-1 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

13/07/20 แพ้ บอร์นมัธ 1-4 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

17/07/20 ชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

19/07/20 แพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

 

ความพร้อมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สำหรับผู้มาเยือนอย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 มี 63 แต้ม จาก 37 นัด แม้ว่านัดล่าสุดจะทำได้เพียง เปิดบ้านเสมอกับ เวสต์แฮมไป 1-1 แต่ก็ยังเพียงพอให้พวกเขาขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 3 ของตาราง ด้วยการมีแต้มเท่ากับ เชลซี แต่มีประตูได้เสียที่ดีกว่า และมีแต้มมากกว่าคู่แข่งในเกมนี้อย่าง เลสเตอร์ อยู่ 1 แต้ม อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มสถิติ ไม่แพ้ใครในลีกได้เป็นเกมที่ 13 ติดต่อกัน ด้วยผลงาน ชนะ 8 เสมอ 5

 

และนั่นยังส่งผลให้พวกเขากลายเป็น ทีมเดียวในลีกที่ยังไม่แพ้ใคร หลังการกลับมาแข่งขันใหม่ และยังทำผลงานได้ดีที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในลีก หลังการรีสตาร์ท ด้วยผลงาน ชนะ 5 เสมอ 3 เก็บได้ถึง 18 แต้มจาก 8 นัด โดยเป็นรองเพียง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ลงเล่นมากกว่า เนื่องจากมีเกมตกค้างติดมาด้วย ที่เก็บไปได้ถึง 21 แต้มจาก 9 นัด

 

สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ ปีศาจแดง ขอแค่ผลเสมอเป็นอย่างน้อยในเกมนี้ ก็จะเพียงพอต่อการการันตีโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกทันที แต่หากแพ้ พวกเขาจะต้องลุ้นให้ เชลซี พ่ายให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ด้วยเช่นกัน พวกเขาจึงจะสามารถคว้าตั๋วศึกถ้วยใหญ่ของยุโรปได้

 

สภาพความพร้อมของทีม แม้ว่าจะมีปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บอยู่เพียงรายเดียว คือ ลุค ชอว์ ในตำแหน่งแบ็คซ้าย แต่ทว่า ในเกมหลังๆ ที่ผ่านมานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมล่าสุด นักเตะตัวหลักหลายๆ คน ต่างแสดงอาการเหนื่อยล้า หมดเรี่ยวแรง ออกมาอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่พวกเขากรำศึกมาหลายเกมติดต่อกันแบบไม่ได้พักเลย ซึ่งนี่อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ปีศาจแดง คงไม่สามารถแก้ไขได้ทันแล้วในเวลานี้ นอกจากจะต้องภาวนาให้ลูกทีมเอาตัวรอดในเกมชี้ชะตานัดนี้ให้ได้เท่านั้น เพราะเชื่อว่า อย่างไรแล้ว โซลชา ก็จะยังคงเลือกใช้ผู้เล่นตัวหลักชุดเดิมลงสนามเหมือนเช่นเคย แม้ว่าสภาพร่างกายของผู้เล่นแต่ละคนนั้น จะไม่ได้ฟิตพร้อมสมบูรณ์เท่าไรนักก็ตาม

 

ผลงานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5 นัดล่าสุด

10/07/20 ชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

14/07/20 เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

17/07/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

20/07/20 แพ้ เชลซี 1-3 (สนามกลาง, เอฟเอ คัพ)

23/07/20 เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

 

ผลการพบกันของทั้งสองทีม

26/08/17 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 เลสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

24/12/17 เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)

11/08/18 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 เลสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

03/02/19 เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)

14/09/19 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 เลสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

 

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เลสเตอร์ ซิตี้ (3-4-3) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ไรอัน เบนเน็ตต์, เวส มอร์แกน, จอนนี่ อีแวนส์ – เจมส์ จัสติน, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลอม็องส์, ลุค โธมัส – อาโยเซ่ เปเรซ, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์, เจมี่ วาร์ดี้

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ – เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อองโตนี่ มาร์กซิยาล

 

วิเคราะห์ผลบอล

คงจะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เกมนี้จะเป็นเกมที่มีความสำคัญมากที่สุดในฤดูกาลนี้ สำหรับทั้ง 2 ทีม เพราะเป็นเกมที่จะตัดสิน และชี้ชะตาเลยว่า ทีมใดจะคว้าตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครองได้สำเร็จ สิ่งที่พวกเขาทั้งคู่ ทำมาตลอดทั้ง 37 นัดในฤดูกาลนี้ สุดท้ายแล้ว จะเป็นทีมใดที่ประสบความสำเร็จ และสมหวังตามเป้าหมาย บทสรุปก็อยู่ที่ผลการแข่งขันในนัดนี้

 

สำหรับเงื่อนไขของเจ้าบ้าน เลสเตอร์ ซิตี้ อย่างน้อยที่สุด จะต้องมีแต้มในเกมนี้เท่านั้น โดยหากเป็น 3 แต้ม พวกเขาจะลำลอยเข้าป้ายในตำแหน่งท็อปโฟร์ทันที แต่หากเป็น 1 แต้ม ทัพจิ้งจอก จะต้องไปลุ้นผลอีกคู่ ให้ เชลซี แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน เท่านั้น จึงจะช่วยทำให้พวกเขาบรรลุตามเป้าหมาย

 

ส่วนฝั่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมผู้มาเยือน พวกเขาต้องการอย่างน้อย 1 แต้มเท่านั้น ก็จะการันตีตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกทันที แต่หากพ่ายแพ้ ยูไนเต็ด จะต้องไปหวังให้ เชลซี แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน เช่นกัน จึงจะเพียงพอให้พวกเขาคว้าตั๋วศึกถ้วยใหญ่ของยุโรปมาครองได้

 

โดยการพบกันในนัดล่าสุด เมื่อเดือนกันยายนปีก่อน เป็น ปีศาจแดง ที่เปิดบ้านเฉือนชนะ เลสเตอร์ ไป 1-0 จากลูกจุดโทษของ มาร์คัส แรชฟอร์ด

 

เชื่อว่าเกมนี้ จะเป็นเกมที่แฟนบอลต้องลุ้นระทึกที่สุดในซีซั่นนี้เลยก็ว่าได้ ทั้ง 2 ทีม จำเป็นจะต้องมีสมาธิในทุกจังหวะของเกม เพราะประตูแรกที่เกิดขึ้น จะมีผลอย่างมากต่อรูปทรงของเกมนี้ ทว่า ฝั่งเจ้าถิ่น คงต้องพึ่งตัวเองเป็นอันดับแรก จึงจำเป็นต้องเดินหน้าเปิดเกมรุก เพื่อคว้า 3 แต้มที่ต้องการให้ได้ เพื่อที่จะไม่ต้องไปยืมจมูกคนอื่นหายใจ ส่วน ยูไนเต็ด น่าจะเล่นแบบปลอดภัยไว้ก่อน ด้วยการตั้งรับ แล้วรอโจมตีด้วยการโต้กลับเร็ว อย่างไรก็ตาม หากพวกเขาพลาดเสียประตูขึ้นมา ก็จะทำให้เกมเปลี่ยนไปในทันที

 

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้ว เชื่อว่าจะเป็น ปีศาจแดง ที่ฟอร์มในช่วงหลังดูดีกว่า บุกมาเบียดเอาชนะไปได้ หรืออย่างน้อยก็น่าจะเก็บผลเสมอได้ตามเป้าหมาย แล้วให้ เลสเตอร์ ไปลุ้นต่อกับผลอีกสนาม

 

ผลที่คาด : เลสเตอร์ ซิตี้ 1 – 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด